KTC ปั้นวัฒนธรรมโค้ชชิ่ง พลิกโฉมศักยภาพบุคลากร สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ในยุคที่โลกทำงานหมุนเร็ว เคทีซีมุ่งมั่นยกระดับองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยใช้ “การโค้ชชิ่ง” เป็นหัวใจสำคัญในการปลดล็อกขีดความสามารถของพนักงานทุกคน เพื่อสร้างบุคลากรที่ “คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้” และขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
จาก “การสอนงาน” สู่ “การโค้ชอย่างมีระบบ”
โดยปกติ การพัฒนาบุคลากรในองค์กรเริ่มต้นจากการสอนงาน (On-the-Job Training) ที่เน้นการถ่ายทอดความรู้และทักษะเฉพาะด้าน แต่เคทีซีเล็งเห็นว่าในบริบทการทำงานที่ซับซ้อนปัจจุบัน การพัฒนาบุคลากรต้องไปไกลกว่านั้น
International Coach Federation (ICF) นิยามการโค้ชว่าเป็นการทำงานร่วมกันแบบหุ้นส่วน (Partnership) ระหว่างโค้ช (Coach) และผู้รับการโค้ช (Coachee) เพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจให้เพิ่มศักยภาพส่วนบุคคลและวิชาชีพให้สูงสุด โดยมีเป้าหมายช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถกำหนดเป้าหมายและพัฒนาทักษะที่จำเป็นไปสู่เป้าหมายนั้นได้
ด้วยเหตุนี้ การโค้ชชิ่งจึงถูกนำมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานจริงของหัวหน้างานและผู้บริหารทุกระดับ โดยหัวหน้างานจะปรับบทบาทจากผู้ชี้แนะแนวทาง มาเป็น “โค้ช” ผู้กระตุ้นให้พนักงานคิด วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ผ่าน คำถามทรงพลัง (Powerful Questions), การฟังเชิงลึก (Active Listening), และการให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ (Constructive Feedback)
“Coaching Culture” วัฒนธรรมที่ฝังลึกใน KTC
เคทีซีไม่เพียงนำการโค้ชชิ่งมาเป็นเครื่องมือพัฒนาบุคลากรรายบุคคล แต่ยังได้นำแนวคิดนี้มาปรับใช้เป็น “วัฒนธรรมองค์กร” (Coaching Culture) ผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ:
- การฝึกอบรมทักษะการโค้ชชิ่งให้หัวหน้างานทุกระดับ
- การออกแบบระบบโค้ชชิ่งภายในหน่วยงานและทีมงาน
- การสะท้อนผลการทำงาน (Reflection) และการเรียนรู้ร่วมกันในทุกเวทีการประชุม
- การสื่อสารให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงบทบาทตนเองในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของกระบวนการโค้ชในเคทีซีคือ การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ (Trust) การเคารพศักยภาพของพนักงานแต่ละคน (Respect Individual Potential) การกระตุ้นให้เกิดการคิดค้นคำตอบด้วยตนเอง (Empowerment) และการเสริมสร้างความรับผิดชอบในการพัฒนาตนเอง (Ownership & Accountability) เพื่อผลิตบุคลากรที่เป็นทั้งคนเก่ง-คนดี-คนกล้าคิด ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกเคทีซีได้ในทุกมิติอย่างยั่งยืน เราภูมิใจที่มีโค้ชที่ได้รับการรับรองจาก ICF อยู่ในองค์กร พร้อมสนับสนุนเพื่อนร่วมงานในทุกสายงานผ่านบทสนทนาเชิงโค้ชที่ทรงพลัง การโค้ชจึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบุคคล แต่เป็นพันธะร่วมของทุกคนในการนำไปใช้พัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน”