ททท. ผนึก 20 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ปักหมุดท่องเที่ยวไทยสู่ “ศูนย์กลางความยั่งยืนระดับโลก” ภายในปี 2030

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ 20 องค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อประกาศจุดยืนร่วมกันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ เป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals : STGs) ภายในปี 2030 โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นประธานและสักขีพยานในพิธี ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและยกระดับประเทศไทยให้เป็น Sustainable Tourism Hub อย่างแท้จริง
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม การลงนามความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ททท. และหน่วยงานพันธมิตรนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นอันแข็งแกร่งในการผลักดันให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนแก่อนาคตของการท่องเที่ยวไทย
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้กล่าวว่า การมุ่งสู่ความยั่งยืน คือพันธกิจหลักของ ททท.ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จึงได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) 2030 ขององค์การสหประชาชาติ มาปรับใช้เป็น เป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals: STGs) ที่สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ ตราสัญลักษณ์ TAT Certified ซึ่งประกอบด้วย STGs Sustainable Tourism Acceleration Rating (STGs STAR), Carbon Footprint Hotels (CF-Hotels) และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards: TTA) ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2568 ททท. ยังได้เพิ่มรางวัลประเภท “องค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน (Tourism Support and Promotion Organisations)“ พร้อมยกระดับรางวัลแห่งความยั่งยืนในทุกประเภท เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าสู่เป้าหมายร่วมกัน
เพื่อบรรลุเป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ททท.จึงได้จัดพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกับ 20 หน่วยงานพันธมิตรชั้นนำจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.), องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.), สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.), สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.), สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมโรงแรมไทย (THA), สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.), สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ–ไทย (TICA), มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน, บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด (Central Group), แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC), บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน), บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และบริษัท วัน แบงค็อก จำกัด
ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการบูรณาการระหว่าง ททท. และพันธมิตรในระหว่างปี 2568-2570 เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชุมชนทั่วประเทศให้ได้รับการรับรองตามเกณฑ์ความยั่งยืนของ ททท. (STGs STAR, CF-Hotels, TTA), กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Green Hotel plus) และกรมการท่องเที่ยว (THAILAND GREEN PLAN 2030) รวมถึงมาตรฐานสากลต่างๆ นอกจากนี้ ยังร่วมกันสร้างสรรค์ เส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ส่งเสริมการจัดกิจกรรมไมซ์ให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน สร้างความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการชดเชยคาร์บอน พร้อมจัดหาเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการประเมินและชดเชยก๊าซเรือนกระจกให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและไมซ์อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้จะมีการนำ BCG Model และแนวทาง ESG / Eco-Efficiency มาประยุกต์ใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า ในการลดปริมาณการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจก และการนำขยะจากแหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Zero waste) ซึ่งทั้งหมดนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นต้นแบบสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างชื่อเสียงในเวทีโลกได้อย่างแน่นอน